Loading

bacc e-archive

เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร CINEMA DIVERSE 2014 : DIRECTOR’S CHOICE - The Good, The Bad, The Weird (2008)

ดาวน์โหลด (กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน)

เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร CINEMA DIVERSE 2014 : DIRECTOR’S CHOICE - The Good, The Bad, The Weird (2008)01AAC-04-2014-06-DOC-01-001.pdf

รหัสเอกสาร

01AAC-04-2014-06-DOC-01

ประเภทเอกสาร เช่น รูปภาพ, วีดิโอ เป็นต้น Format

DOC

ชื่อเรื่อง

เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร CINEMA DIVERSE 2014 : DIRECTOR’S CHOICE - The Good, The Bad, The Weird (2008)

วัน เดือน ปที่จัดทําคําอธิบายเอกสาร

24-01-2018

ศิลปน

นนทรีย์ นิมิบุตร
เกี่ยวกับศิลปิน
นนทรีย์ นิมิบุตร (เกิด 18 ธันวาคม 1962) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ และนักเขียนบทภาพยนตร์ ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการภาพยนตร์ยุคใหม่ของประเทศไทย ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ออกฉายในปี 1997 และประสบความสำเร็จอย่างสูง วงการภาพยนตร์ไทยยุคใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งช่วยฟื้นฟูให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเข้าถึงกลุ่มคนดูใหม่ ๆ มากขึ้น ภายหลังจากช่วงปี 1987-1997 ที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอยู่ในภาวะตกต่ำมานาน
นนทรีย์: จบการศึกษาจากวิทยาลัยช่างศิลป์ กรมศิลปากร และปริญญาตรีคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ สารคดี ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์โฆษณาซึ่งเขาได้รับรางวัลโฆษณายอดเยี่ยมหรือแทคอวอร์ดสองครั้ง
ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ 2499 อันธพาลครองเมือง (1997) ซึ่งร่วมเขียนบทกับวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ว่าด้วยเรื่องราวขอแก๊งอันธพาลวัยรุ่นในยุค 2499 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปถึง 75 ล้านบาท และคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และเข้าชิงรางวัล Dragons and Tigers Award เทศกาลภาพยนตร์แวนคูเวอร์ด้วย
จากนั้นเขาก็กำกับภาพยนตร์เรื่องที่สอง นางนาก (1999) ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ให้กับหนังสยองขวัญของไทยด้วยการนำเรื่องเล่าที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว มานำเสนอในรูปที่แปลกใหม่กว่าหนังผีเดิม ๆ ที่เคยทำกันมา นางนากที่นนทรีย์นำมาตีความใหม่นี้ ทำเงินไปถึง 149 ล้านบาท ได้รับคำชมมากมาย รวมทั้งคว้ารางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากมหกรรมภาพยนตร์เอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 44
นนทรีย์: คือหนึ่งในผู้กำกับรุ่นใหม่ที่มีส่วนในการช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยที่ซบเซามานาน และทำให้มีหนังไทยแนวใหม่ ๆ ออกฉายมากกว่ายุคก่อน ๆ นอกจากนี้เขายังบุกเบิกการร่วมทุนสร้างภาพยนตร์กับชาติอื่นในแถบเอเชียกับ จัน ดารา (2001) ภาพยนตร์เรื่องที่สามของเขา โดยได้นำนักแสดงจากฮ่องกงมาร่วมแสดงด้วย นนทรีย์ต่อยอดการทำงานในระดับนานาชาติกับอารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต (2002) ที่ประกอบด้วย 3 ภาพยนตร์สั้นสยองขวัญจาก 3 ผู้กำกับ นอกจากนนทรีย์แล้ว สองผู้กำกับที่มาร่วมทำงานโปรเจ็กต์นี้คือปีเตอร์ ชาน (ฮ่องกง) และคิม จี วูน (เกาหลีใต้) ผลงานเรื่องต่อมาของเขาคือ โอเคเบตง (2003) ที่เล่าเรื่องราวการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และตามด้วย ปืนใหญ่โจรสลัด (2008) ภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ที่ใช้ทุนสร้างกว่า 140 ล้านบาท
นนทรีย์: เป็นผู้กำกับภาพยนตร์คนที่ห้าที่ได้รับรางวัลศิลปาธรจากกระทรวงวัฒนธรรมในปี 2008 นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย 2 สมัย และเคยเป็นกรรมการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติอีกด้วย

ปที่ผลิตหรือสะสมเอกสาร Year (YYYY)

2014

ประเภทของคอลเลคชั่น

art activities

ประเภทของกิจกรรม

Cinemas

ขนาดและสื่อของเอกสาร (ปริมาณ, ขนาด,จำนวน)

1 ไฟล์

ชื่อผู้ผลิตเอกสารหลัก

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ประวัติหน่วยงานหรือประวัติเจ้าของเอกสาร

เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร Cinema Diverse โดยฝ่ายกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 ภายใต้พันธกิจของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในการรณรงค์ให้ชุมชนรู้รักศิลปะและเกิดการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินกับประชาชน ทั้งยังต้องการสร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจด้านศิลปวัฒนธรรมแก่ชุมชน โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สังคมรู้รักศิลปะภาพยนตร์ในแง่มุมที่ภาพยนตร์เป็นส่วนหนึ่งของศิลปวัฒนธรรม กระตุ้นให้ผู้คนในสังคมเปิดรับความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย และเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างหาชมได้ยากจากนานาประเทศทั่วโลก การฉายภาพยนตร์ภายใต้โครงการเทศกาลภาพยนตร์คัดสรรนั้น มีจุดมุ่งหมายอื่นนอกเหนือไปจากความบันเทิง โดยหวังว่าภาพยนตร์ที่จัดฉายจะให้ความรู้และแง่คิดแก่ผู้เข้าชม และเป็นอีกช่องทางการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย โครงการเทศกาลภาพยนตร์คัดสรร ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ชมที่สนใจภาพยนตร์ได้มีโอกาสพบปะพูดคุย ซักถามข้อสงสัย และแลกเปลี่ยนทัศนะมุมมองกับผู้สร้างงานภาพยนตร์ และผู้ที่มีความรู้ด้านภาพยนตร์ เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้สร้างสรรค์งานและผู้เสพงานศิลปะภาพยนตร์ เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันในเชิงของการเสพสื่อศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

ประวัติของจดหมายเหตุ

เทศกาลภาพยนตร์คัดสรร “Cinema Diverse: Director's Choice :ภาพยนตร์จากประเทศเกาหลีใต้ The Good, The Bad, The Weird (2008) กำกับภาพยนตร์โดย คิม จี วูน และคัดสรรโดย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง เจ้าของผลงานอย่าง นางนาก, 2499 อันธพาลครองเมือง, ปืนใหญ่จอมสลัด และล่าสุดกับ Timeline จดหมาย ความทรงจำ
“ภาพยนตร์แนว Cowboy ตะวันตกสีสันตะวันออกในสไตล์ คิม จี วูน ผู้กำกับที่โด่งดังจากหนังสยองขวัญหลอนประสาทที่เข้มข้น ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยสีสันจัดจ้าน ประกอบกับแนวทางที่สุดมัน ร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำของเกาหลี โดยมีการออกแบบฉากและงานด้านภาพที่งดงามมีเอกลักษณ์ อันจะทำให้คนดูตื่นตะลึงกับความแปลกใหม่ตลอดทั้งเรื่อง” นนทรีย์ นิมิบุตร
The Good, The Bad, The Weird เป็นภาพยนตร์เกาหลีแนวคาวบอยที่ออกฉายในปี 2008 และกำกับโดยคิม จี วูน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์คาวบอยระดับตำนาน The Good, The Bad and The Ugly ของแซร์จิโอ ลีโอเน่
The Good, The Bad, The Weird ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เทศกาลภาพยนตร์โตรอนโต เทศกาลภาพยนตร์ฮาวาย เทศกาลภาพยนตร์ชิคาโก เทศกาลภาพยนตร์ Sitges และเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอน นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลต่าง ๆ อาทิ กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์ Sitges; กำกับภาพยนตร์ ถ่ายภาพยอดเยี่ยม และขวัญใจผู้ชมจาก Blue Dragon Film Awards; และนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (จุง วู ซุง) จากเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย 2009

หมายเหตุเกี่ยวกับผูมีสวนรวม ผูสนับสนุน กิจกรรม/นิทรรศการ

คิม จี วูน
คิม จี วูน (เกิดวันที่ 27 พฤษภาคม 1964) เป็นผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวเกาหลีใต้ เขาโด่งดังในฐานะผู้กำกับที่มีผลงานภาพยนตร์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ตลก แอ็คชั่น ไปจนถึงระทึกขวัญที่มักจะนำเอาด้านมืดของมนุษย์มาตีแผ่แบบเดียวกับผู้กำกับอย่างเดวิด ฟินเชอร์และไบรอัน เดอ พัลมา
คิม จี วูน เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะกรุงโซล แต่ลาออกก่อนจบการศึกษาและเริ่มงานในวงการละครเวทีในฐานะนักแสดง ก่อนจะหันไปเป็นผู้กำกับละครเวที และสร้างชื่อจนกลายเป็นหนึ่งในผู้กำกับและนักเขียนบทหน้าใหม่ไฟแรงของวงการภาพยนตร์และละครของเกาหลีใต้ บทภาพยนตร์ขนาดยาวที่เขาเขียนขึ้นเป็นบทที่สอง The Quiet Family คว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากการประกวดบทภาพยนตร์ในเกาหลีใต้ และต่อมาเขาได้นำบทนี้ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ตลกสยองขวัญชื่อเดียวกัน
ผลงานของคิม จี วูน ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ โดยคิมได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่มีสไตล์การกำกับและการเล่าเรื่องที่โดดเด่นเฉพาะตัว ภาพยนตร์เรื่องที่สองของเขา The Foul King (2000) ภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับนักมวยปล้ำ มีผู้ชมกว่า 2 ล้านคนในประเทศเกาหลีใต้ ในขณะที่ผลงานเรื่องต่อมา A Tale of Two Sisters (2003) เป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของเขาและเป็นหนังสยองขวัญที่ทำรายได้มากที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ A Tale of Two Sisters ยังเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญจากเกาหลีใต้เรื่องแรกที่ได้ออกฉายในสหรัฐอเมริกา และสร้างความฮือฮาจนค่ายดรีมเวิร์คส์ซื้อลิขสิทธิ์เตรียมนำไปสร้างใหม่แล้ว
I Saw the Devil (2010) ภาพยนตร์ระทึกขวัญเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องได้รับคำชมอย่างมาก และได้ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ ในขณะที่ The Good, The Bad, The Weird (2008) เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นกลิ่นอายคาวบอยที่ทั้งสนุกตื่นเต้นและคาดเดาไม่ถูก จากนั้นคิมก็ก้าวไปทำหนังในฮอลลีวู้ดกับ The Last Stand (2013) ซึ่งเป็นการกลับมารับบทนำอีกครั้งของอาร์โนล์ด ชวาร์เซเนกเกอร์ หลังจากพักงานการแสดงไปนาน

ขอบเขตและเนื้อหาเอกสาร

วันที่จัดกิจกรรม: 17 พฤษภาคม 2557
สถานที่: ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5

ระบบการจัดเรียงเอกสาร

อ้างอิงระบบ ISAD (G) ในการอธิบายชุดเอกสาร

เอกสารที่เกี่ยวของ

Press release

การระบุชื่อเฉพาะ

Cinema Diverse

การระบุคําสําคัญ

ภาพยนตร์, ภาพยนตร์--สัมภาษณ์

ระดับของคำอธิบายเอกสาร

Sub-Series


กลับไปหน้าหลัก


BACC Digital Archive Searching

ระบบสืบค้น และจัดเก็บเอกสารอิเลคโทรนิกของ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร